มะเร็งปอด โรคร้ายที่ใกล้ตัวคุณ

มะเร็งปอด โรคร้ายที่ใกล้ตัวคุณ กล่าวได้ว่าเป็นโรคร้ายที่คร่าชีวิตคน เกือบจะมากที่สุด และเป็นมะเร็งที่พบในผู้ป่วยมะเร็งมากที่สุดอีกด้วย โดยพบผู้ป่วยมะเร็งทั่วโลกรายใหม่ราว 2 ล้านคน ต่อปี และเสียชีวิตมากกว่า 1.7 ล้านคน ต่อปี มะเร็งปอด (Lung Cancer) คือ เซลล์ส่วนใดส่วนหนึ่งภายในปอด ที่มีความผิดปกติ และเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นก้อนเนื้อร้าย จนอาจแพร่กระจายไปสู่ส่วนอื่นของร่างกาย

ในบทความนี้ จะกล่าวถึงเพียงมะเร็งปอด ที่เริ่มต้นจากเนื้อเยื่อภายในปอดเอง (Primary Lung Cancer) เนื่องจากมะเร็งปอด ที่ตรวจพบมีหลายชนิด และเมื่อมีการแบ่งประเภทของมะเร็งปอด ที่เกิดจากเนื้อเยื่อปอดเพียงอย่างเดียว โดยดูตามขนาดของเซลล์บริเวณที่เกิดมะเร็ง จะพบได้บ่อยอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ มะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก (Non-small Cell Lung Cancer) พบอัตราการเกิดได้บ่อยถึง 80-85% และมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer) พบได้ประมาณ 10%-15% อีกทั้งยังมีแนวโน้ม ในการแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว

อาการของมะเร็งปอด

มะเร็งปอดส่วนมาก จะไม่ค่อยแสดงอาการในระยะแรก แต่จะมีสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเกิดโรค เมื่อมีการเจริญเติบโตของมะเร็งมากขึ้น สามารถสังเกตได้จาก

  • ไอเรื้อรังเป็นระยะเวลานาน
  • ไอปนเลือด
  • หายใจเหนื่อยหอบ หรือหายใจลำบากเป็นระยะเวลานาน
  • เจ็บหน้าอก
  • เบื่ออาหาร
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่มีสาเหตุ
  • ปวดหรือเจ็บขณะหายใจหรือไอ

นอกจากนี้ ยังมีบางอาการที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่พบได้น้อย เช่น หายใจมีเสียงวีด รูปร่างของปลายนิ้ว และเล็บเปลี่ยนแปลงไป ไข้ขึ้นสูง กลืนอาหารลำบาก เสียงแหบ ใบหน้าและคอ มีอาการบวม

สาเหตุของมะเร็งปอด

การสูบบุหรี่ ถือเป็นสาเหตุหลัก ของมะเร็งชนิดนี้ ถึง 85% ของสาเหตุการเกิดทั้งหมด เนื่องจากภายในบุหรี่ ประกอบไปด้วยสารพิษที่เป็นอันตราย และยังมีสารก่อมะเร็งมากกว่า 60 ชนิด ซึ่งสามารถพัฒนาให้เกิดมะเร็งปอด รวมไปถึงมะเร็งชนิดอื่น อย่างมะเร็งในช่องปาก และมะเร็งหลอดอาหารได้ในภายหลัง นอกจากนี้ ยาสูบประเภทอื่น เช่น ยานัด ซิการ์ ยาเส้น กัญชาผสมบุหรี่ ก็ยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งปอดได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน สารก่อมะเร็งเหล่านี้ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปทำลายเนื้อเยื่อภายในปอดได้ทันที ซึ่งปกติร่างกาย จะพยายามซ่อมแซมแซมความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่หากมีการสูดดมเข้าไปมากขึ้น จะส่งผลให้เกิดความเสียหายกับเซลล์มากขึ้น จนร่างกายซ่อมแซมไม่ทัน กระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ที่ผิดปกติ ที่สามารถกลายเป็นมะเร็งบริเวณปอดได้

นอกเหนือจากการสูบบุหรี่ ยังพบว่ามีสาเหตุอื่นๆ ที่สามารถก่อให้เกิดมะเร็งปอดได้เช่นกัน ได้แก่

  • สูดดมควันบุหรี่จากคนรอบข้าง หรือเรียกกันโดยทั่วไปว่า ควันบุหรี่มือสอง ถึงแม้ไม่ได้สูบบุหรี่ แต่การได้รับควันบุหรี่จากผู้คนรอบข้างที่สูบ ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดมะเร็งปอดได้ ไม่แพ้กับการสูบบุหรี่โดยตรง เพราะสามารถรับสารพิษ หรือสารก่อมะเร็งได้ด้วยวิธีการเดียวกัน มีผลงานวิจัยพบว่า ผู้ที่อาศัยร่วมกับผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสในการเป็นมะเร็งปอดได้ถึง 20-30% เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้อยู่กับผู้ที่สูบบุหรี่
  • ก๊าซเรดอน สารกัมมันตรังสีที่มีอยู่ทั่วไป อาจมาจากดิน หิน หรืออาจพบในอาคารบางแห่ง หากสูดดมเอาก๊าซชนิดเข้าไปมากๆ อาจส่งผลให้ปอดได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำ
  • ปอดมีการติดเชื้อ เนื้อเยื่อปอดที่มีการติดเชื้อ หรือถูกทำลายจากโรคต่างๆ เช่น โรคหนังแข็ง (Scleroderma) หรือวัณโรค ที่เสี่ยงต่อการเกิดเนื้องอกในเนื้อเยื่อปอด ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เสี่ยง ต่อการเกิดมะเร็งปอดได้

การรักษามะเร็งปอด

เมื่อได้รับผลการวินิจฉัยที่แน่นอนว่าเป็นมะเร็งปอด แพทย์จึงสามารถระบุถึงวิธีที่ใช้ในการรักษาได้ แต่ทั้งนี้ยังต้องดูจากหลายปัจจัยประกอบกันด้วย เช่น ความรุนแรงของโรคว่าผู้ป่วยอยู่ในขั้นใด ชนิดของมะเร็งปอด วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละบุคคล หรือแม้แต่โอกาสในการรักษามะเร็งให้หายขาด เพื่อการวางแผนการรักษาผู้ป่วยที่ได้รับประโยชน์สูงสุด

  • การผ่าตัด (Surgery) เป็นการผ่าเอาเนื้อเยื่อปอดบางส่วนที่มีเซลล์มะเร็งออกหรือผ่าตัดเอาปอดทั้งข้างออกเมื่อตรวจพบการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งไปทั่วปอด ทั้งนี้แพทย์อาจมีการเลาะต่อมน้ำเหลืองใกล้เคียงออกด้วยหากเกิดการลุกลามของเซลล์มะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง วิธีนี้เป็นการรักษาที่เหมาะสำหรับมะเร็งปอดชนิดไม่ใช่เซลล์เล็ก
  • การรักษาด้วยเคมีบำบัดหรือคีโม (Chemotherapy) เป็นการใช้ยาในหลายรูปแบบ เพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกหรือทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายในช่วงระหว่างเวลาหนึ่ง โดยอาจจะใช้รักษาก่อนการผ่าตัดเพื่อช่วยในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ง่ายขึ้น ในบางรายการทำเคมีบำบัดอาจช่วยบรรเทาอาการปวดหรืออาการอื่นของมะเร็งในระยะแพร่กระจายได้ นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาการรักษาเคมีบำบัดในรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า ยาตรงเป้า (Targeted Therapy) สำหรับรักษาผู้ป่วยมะเร็งที่มีเซลล์มะเร็งตอบสนองต่อยา ซึ่งจำเป็นต้องตรวจชิ้นเนื้อจากก้อนมะเร็ง เพื่อให้ทราบผลการตอบสนองของเซลล์มะเร็งต่อยาก่อน
  • การฉายแสง (Radiation Therapy) เป็นการใช้รังสีในปริมาณสูงฉายไปบริเวณที่เกิดมะเร็งปอดขึ้นโดยตรง เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็ง มักจะใช้ควบคู่กับวิธีการรักษาอื่น ๆ เช่น การผ่าตัด การทำเคมีบำบัด

โรคมะเร็งปอด เป็นโรคที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต แต่ยังมีโอกาสการรักษาให้หายขาดได้ หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในระยะต้น ของการเกิดโรคได้เร็วมากเท่าไหร่ ยิ่งส่งผลดีต่อการรักษาได้มากเท่านั้น แต่หากผู้ป่วยอยู่ในระยะที่มะเร็ง มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น หรือระยะสุดท้ายจะรักษาไม่หายขาดได้ วิธีแก้อาการปวดหัว โดยไม่ต้องพึ่งยา

อ่านบทความอื่น ๆ เพิ่มเติม ได้ที่ : รักษาอาการคันหนังศีรษะ ด้วย 5 สิ่งจากธรรมชาติ

Tags: